แด่วันแห่งความรัก ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่

     คุณรู้หรือไม่ว่า ‘พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ’ หรือน้าหมู ศิลปินตำนานเพลงเพื่อชีวิตในอดีต เคยหลบลี้หนีภัยการเมืองไปอยู่ในป่า และช่วงชีวิตหนึ่งที่น้าหมูอาศัยอยู่ในป่ากับเพื่อราวๆ 6 คนนั้น แกก็จำเป็นที่จะต้องเป็นพรานล่าสัตว์ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่ออาหารมาประทังชีวิต โดยปกติแล้วก็จะผลัดเปลี่ยนเวรกันวันนี้คนหนึ่งล่า พรุ่งนี้ก็เป็นอีกคนออกล่า

     แต่อยู่มาวันหนึ่งเป็นเวรของน้าหมูพงษ์เทพ ที่จะต้องออกล่าสัตว์เพื่อมาเป็นอาหาร แกก็คว้าปืนยาวสะพายบ่า เดินเข้าป่าไป ซึ่งวันนี้น้าหมูแกหมายจะล่า “ลิง” เพราะเมนูโปรดของแกคือแกงเนื้อลิง เดินเข้าป่าลึกไปได้แค่นิดเดียวแก้ก็ประทับปืนขึ้นบ่า เพราะแกไปพบเข้ากับเหยื่อของแกที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ ลิงตัวหนึ่งที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเลยว่าในอีกไม่กี่อึดใจมันจะถูกคนยิง

“เปรี้ยง”

เสียงปืดแผดลั่นสนั่นป่า น้าหมูลั่นไกปืนหมายชีวิตลิงตัวนั้น แกยิงเสร็จก็ไม่มองด้วยซ้ำ แกนั่งรอให้ได้ยินเสียงอีกหนึ่งเสียงที่ตามมานั่นคือเสียง “ตุ๊บ” อันเป็นเสียงของร่างของลิงที่ถูกยิงหล่นลงกระทบพื้น แต่ปรากฎว่า แกเฝ้ารอเสียงนั้นสักพักใหญ่แต่ก็ไม่ได้ยิน ก็จึงเริ่มเอะใจ จะว่ายิงไม่ถูกก็ไม่ใช่ เพราะแกยิงปืนแม่นเหมือนจับวาง แกยิงมามากแล้วก็ไม่เคยพลาด ก็จึงเหลือบตาขึ้นไปมองยังจุดเดิม และน้าหมูก็ประหลาดใจมากขึ้น เพราะแกเห็นว่าลิงตัวนั้นยังนั่งอยู่ที่เดิมบนต้นไม้

“หรือกูยิงไม่ถูกวะ” น้าหมูรำพึงในใจ แกจึงขยับเขาไปใกล้ๆลิงตัวนั้น

ขณะที่แกกำลังจะขยับเข้าไปใกล้ ลิงตัวนั้นก็ส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นมาดังลั่นสนั่นไปทั่วป่า ฝูงลิงที่อยู่บริเวณนั้นต่างกรูกันเข้ามาหาลิงตัวนั้น แล้วก็พากันสงเสียงร้องโหยหวนดุจเดียวกัน น้าหมูแกจึงตกใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักต่อมาลิงตัวที่ถูกยิงก็โยนสิ่งหนึ่ง เล็กๆออกจากตัว โดยโยนไปที่ลิงอีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้นร่างของมันก็หล่นตุ๊บลงมาจากต้นไม้ ตามที่น้าหมูแกตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

น้าหมูเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปดูลิงตัวที่ร่วงลงมา ภาพที่น้าหมูเห็นก็คือ ลิงตัวนั้นถูกกระสุนที่น้าหมูยิงใส่เข้าที่หลังทะลุหน้าอก เลือดแดงฉานเต็มบริเวณนั้นไปหมด ทำให้น้าหมูรู้สึกสลดขึ้นมาทันที น้าหมูพิจารณาลิงตัวนั้นและก็มองไปรอบๆ น้าหมูแกจึงเข้าใจได้ทันทีว่า

“ลิงตัวที่ถูกแกยิงตกนั้นเป็นลิงแม่ลูกอ่อน ตอนที่น้าหมูยิงใส่ลิงตัวนี้กำลังทำหน้าที่แม่ คือ เธอกำลังให้นมลูกลิงของเธอ ลูกลิงตัวน้อยกำลังดูดนมแม่ของมันอย่างเป็นสุข”

     ปกติแล้วลิงตัวอื่นเมื่อถูกยิงก็จะหล่นจากต้นไม้ตกพื้นทันที แต่ลิงตัวนี้อดทนกลั้นใจจนนาทีสุดท้าย เธอไม่ยอมตายจนกว่าเธอจะแน่ใจว่าลูกน้อยของเธอปลอดภัย เจ็บปวดทรมานขนาดไหนเธอก็จำยอมฝืนทน กัดฟันเปล่งเสียงร้องครั้งสุดท้ายในชีวิตเพื่อเรียกฝูงลิงมาช่วยลูกน้อยของเธอ และหลังจากเธอได้ฝากลูกน้อยของเธอให้ลิงตัวอื่นดูแลต่อแล้ว เธอจึงยอมทิ้งร่างของเธอลงมาสู่พื้นดิน

น้าหมูพงษ์เทพ เข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างแล้ว แกถึงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สิ่งที่ทำให้แกสะเทือนใจที่สุดเลยก็คือ แกมองไปที่เบ้าตาของลิงตัวนั้นที่กึ่งเปิดกึ่งปิด เพราะวิญญาณได้ทิ้งร่างไปแล้ว แล้วแกก็ได้เห็นหยาดน้ำตาใสๆที่หลั่งรินออกมาจากตาของแม่ลิงตัวนั้น และนั่นทำให้แกกลับแคมป์และโยนปืนทิ้งและจุดไฟเผา พร้อมทั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า

“จะไม่ล่าสัตว์อีกเลยตลอดชีวิต”

เหตุการณ์นี้บันดาลใจให้น้าหมูพงษ์เทพ เขียนเพลงที่ชื่อว่า “ลิงทะโมน” ที่ท่านได้รับฟังนี้ขึ้นมา เสมือนเป็นคำขอโทษลิงตัวนั้น และเสมือนเป็นคำมั่นสัญญาของแกด้วยว่าแกจะอุทิศตัวทำงานเพื่อธรรมชาติ ผืนป่าและสัตว์ป่าตลอดไปอย่างที่แกทำมาจนทุกวันนี้

มนุษย์รักชีวิตฉันใด สัตว์ป่าก็ย่อมรักชีวิตของตนเองฉันนั้นเฉกเช่นกัน การล่าสัตว์ การเข่นฆ่าสัตว์ป่า การตัดไม้ทำลายธรรมชาติ เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ไฉนเลยคนไทยไม่เคยใส่ใจ กว่าจะมีเรื่องราวดังที่เกิดขึ้นมาในทุกวันนี้ เราเคยตระหนักหรือสนใจเรื่องราวของธรรมชาติ ผืนป่าและสัตว์ป่ากันบ้างหรือไม่ ไม่เลยเรามองว่ามันไกลตัวเกินไป ฉะนั้น อย่าฉุดกระแสนี้ขึ้นมาแล้วทำให้มันหายไปตามสายลมดังที่เคยเป็นมาอีกเลยนะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here