3 หัวใจสำคัญของการเขียน Storytelling แบบมืออาชีพ | EP.6

การเขียน Storytelling เป็นศาสตร์เดียวกับการทำภาพยนตร์และละคร แต่โจทย์ของเราไม่ใช่เพื่อความบันเทิงแต่เป็นเพื่อให้ธุรกิจไปถึงเป้าหมาย

Content Writing 101 : Ep.6

ประเด็นที่น่าสนใจ

เขียน Storytelling เริ่มต้นจาก 3 อย่าง หากชำนาญในการสร้าง 3 อย่างนี้ คุณจะสามารถประยุกต์ใช้กับการเล่าเรื่องได้ทุกแบบ แม้กระทั่งประยุกต์ไปสร้างหนังดีๆสักเรื่องก็ทำได้ องค์ประกอบทั้ง 3 อย่างที่คุณต้องมีในการเล่าเรื่องคือ

  • ตัวละครหรือ Character
  • พล็อต หรือ storyline
  • ธีม (Theme) หรือแก่นความคิดของเรื่อง

ครั้งนี้ผมจะมาชวนคุยกึ่งแนะนำเรื่องการเขียน Storytelling กันต่อนะครับ หากจะสรุปใจความง่ายๆแบบรวบรัด รูปแบบการเขียน Storytelling ก็ไม่ต่างอะไรจากการทำภาพยนตร์สักเรื่อง จะเรียกว่าเป็นการเขียนบทหนังก็ว่าได้ เพราะองค์ประกอบของการเขียน Storytelling เหมือนกับการทำหนังทุกประการ เพียงแต่ว่าการทำหนังคือ เอาโจทย์เรื่องราวต่างๆมาทำ แต่เขียน Storytelling เพื่อธุรกิจ ก็คือ การทำ Content Marketing ให้กับธุรกิจต่างๆจึงต้องเอาธุรกิจมาตั้งเป็นโจทย์

โครงสร้างองค์ประกอบ 3 อย่างของการเขียน Storytelling มีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

characters_elements_of_storytelling (1024x538)

ตัวละครหรือ Character:

ตัวละครคือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องราวที่เรากำลังจะเขียนเล่า เรื่องราวต่างๆแน่นอนต้องมีตัวเอก ตัวร้าย เพื่อให้เรื่องราวดำเนินไป แต่ตัวละครในการเขียน Storytellingนั้นไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องเป็นมนุษย์เสมอไป อาจเป็นได้ทั้ง

  • ตัวละครที่จับต้องได้ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ
  • ตัวละครที่จับต้องไม่ได้ อย่างสภาวการณ์ External เช่นพายุ ฝนตก หรือสภาวการณ์ Internal ความรู้สึก ความคิด ความกลัว ก็ถือว่าเป็นตัวละครได้เหมือนกัน

ทีนี้ถ้าจะเขียน Storytelling ถึงตัวละครที่เป็นบุคคล หรือสัตว์ จะต้องมีส่วนประกอบอยู่ 2 ส่วนเสมอนั่นคือ ส่วนที่เป็นความคิดและส่วนที่เป็นพฤติกรรม

  • ความคิดของตัวละคร (Conception) โดยปกติจะเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าจะมีเหตุผลหรือเหตุการณ์ใด ที่สำคัญเพียงพอในการเปลี่ยนแปลง ตัวละครที่ดีจะมีความคิดเป็นของตัวเอง สิ่งที่กำหนดความคิดและจิตใจของตัวละครนั้นอยู่ที่ภูมิหลังของตัวละคร เช่น ชีวิตวัยเด็ก การศึกษาและฐานะความเป็นอยู่
  • พฤติกรรมของตัวละคร (Presentation) จะเป็นผลอันเกิดขึ้นโดยตรงจากความคิดและทัศนคติของตัวละคร เช่น ถ้าเราเขียน Storytelling กำหนดตัวละครให้เป็นชายคนหนึ่งที่ในหัวเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ว่า “เงินคือพระเจ้า” ดังนั้นก็ควรกำหนดพฤติกรรมของเขาให้ออกมาเป็นคนที่ีพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเงิน แม้กระทั่งการทรยศหักหลังเพื่อน อย่างนี้เป็นต้น

storyline_elements_of_storytelling(1024x683)

“พล็อต” หรือ storyline:

พล็อตก็คือโครงเรื่องทั้งหมด ที่มีการลำดับเหตุการณ์ต่างๆว่าอะไรเกิดขึ้นตอนไหนเมื่อไหร่ เป็นการนำเอาตัวละคร และสถานการณ์มาร้อยเรียงกัน เพื่อเชื่อมโยงให้ผู้อ่าน จินตนาการ เห็นภาพ หรือคล้อยตามได้ การสร้างพล็อตในการเขียน Storytelling จะต้องมีจังหวะ (Rhythm) ว่าควรจะเริ่มเรื่องอย่างไร พัฒนาการของเรื่องเป็นอย่างไร ตอนไหนควรจะเป็นตอนไคล์แมกซ์ของเรื่อง และเรื่องควรจะสรุปจบอย่างไร ถ้าวางพล็อตอย่างมีจังหวะที่ดี เรื่องก็จะน่าสนใจมาก

theme_elements_of_storytelling(1024x683)

“ธีม” (Theme) หรือแก่นความคิดของเรื่อง:

ธีม คือความคิดหลักในการดำเนินเรื่อง เป็นความคิดรวบยอดที่ต้องผ่านการร้อยเรียงออกมาและนำเสนอสู่คนอ่านคนดู อันนี้สำคัญที่สุดที่จะทำให้ Story เป็น Story เพราะธีมถือได้ว่าเป็นหัวใจของการสื่อสารในการเขียน Storytelling สิ่งนี้นำไปสู่การขมวดปมที่บ่งบอกถึงคุณค่าว่าคุณเขียน Storytelling หรือเล่าเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร

นี่คือโครงสร้างองค์ประกอบ 3 อย่างของการเขียน Storytelling ที่มีความสำคัญมาก เลยครับ ใครที่กำลังฝึกหัดเขียนบทความ ฝึกหัดเป็นนักเขียนนิยาย กำลังจะฝึกเป็นนักเล่าเรื่อง แบบ Content Creator หรือกำลังฝึกหัดทำด้าน Content Marketing ให้ดูน่าสนใจและแตกต่างจำเป็นจะต้องฝึกหัดสร้างองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ให้เกิดในเรื่องที่คุณจะเล่าให้ได้ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า แท้จริงแล้ว การเขียน storytelling ก็คือ การทำหนังสักเรื่องนั่นเอง